คมสันต์
ย่ำรุ่งหนึ่งในฤดูหนาวอันแห้งแล้งกระดางลาง หมู่บ้านตีนเขาได้คลอดทารกอีกคน ผู้กำลังเปล่งเสียงแรกอันเป็นสัญญาณแห่งชีวิต แสงตะเกียงส่องเนื้อตัวอันเต็มไปด้วยเมือกชมพูเข้ม หน้าตาของมันบิดเบี้ยวเหยเกราวกับตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตต่างโลก เสียงร้องที่แหบแหลมและทรมานนั้นสร้างความโล่งอกและปลาบปลื้มแก่ผู้เป็นแม่— การคลอดผ่านไปอย่างราบรื่น หญิงคนหนึ่งเดินออกไปหากลุ่มคนผู้สูดละอองหมอกตรงชานบ้านและประกาศเพศของทารก บ่ายวันรุ่งขึ้น พระผู้อาวุโสรูปหนึ่งแหงนหน้าหารือกับท้องฟ้า และตั้งชื่อให้ทารกว่า คมสันต์
เมื่อฤดูหนาวผ่านไปเจ็ดหน คมสันต์ผู้ยังอ่อนไหวต่อสัมผัสอันเปี่ยมล้นของโลกก็ถูกส่งไปรับบริการตัดผมจากนักเรียนของศูนย์ฝึกวิชาชีพ มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งต่อแถวตัดผมฟรีกันอึดตะปือ— แกร๊บ ๆ ครืด ๆ สัมผัสแข็งกระด้างของบัดตะเลี่ยนได้ผลักเขาเข้าไปยังสถาบันศึกษา เขาสับสนกับสถานที่วุ่นวายที่เรียกว่าโรงเรียน เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจและความโกลาหล ตีนนับข้างไม่ถ้วนที่วิ่งกรูไปตรงนั้นตรงนี้ ปากนับสิบที่ล้อมวงหัวเราะและร้องเพลง เพื่อน ๆ ต่างดูแปลกประหลาด มีหน้าตาและสุ้มเสียงเฉพาะตัว เขาไม่ชอบบรรยากาศอันปริ่มล้นนี้เสียเลย และผู้ใหญ่ท่าทางเข้มงวดที่เรียกว่าครูก็ไม่เคยใจดีกับเขาเลยสักครั้ง แถมยังพกไม้เรียวเทียวไปเทียวมาพร้อมรอยหยักกลางหน้าผาก ทุกเช้าเขารั้งชายเสื้อแม่ด้วยน้ำตา ถึงแม้ว่าไม่เคยได้ผล เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะฟูมฟายอย่างไร แม่ก็จะชันตัวปั่นจักรยานคันโตออกไปเสมอ
เพื่อนได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตและกระบวนการเติบโตของเขาอยู่นานหลายปี เขาเริ่มชินกับเสียงที่เปลี่ยนไปของตัวเองและเพื่อน ๆ และเมื่อฤดูหนาวอันเงียบสงบปีหนึ่งได้นำพาความรู้สึกวาบหวามเข้ามาในอก เขาก็รู้ตัวว่าแอบชอบเพื่อนผู้หญิงชั้นปีเดียวกัน และต่อมาไม่นาน โดยไม่รู้ตัว เขาแอบจารึกชื่อของผู้หญิงคนนั้นและหมายเลขห้องของเธอในมุมที่ไม่มีใครผ่านของอาคารเรียน บนเหลี่ยมลับ ๆ ของกำแพง บนลำต้นของต้นไม้ในสถานที่อันสันโดษซึ่งผ่านกระบวนการคัดลือกมาอย่างถี่ถ้วน และบนหน้าเปล่าหน้าหนึ่งของสมุด (ซึ่งทำให้สมุดเล่มนั้นมีความลึกลับเฉพาะตัว) จินตนาการอันไร้เดียงสามักจะพาเขาไปนั่งเคียงผู้หญิงคนนั้นบนกองฟางเปียกชื้นที่สูงเหมือนภูเขา เขานึกถึงการนอนหนุนตักบนเสื่อกกในสวนลำไย รสหวานฉ่ำของเนื้อลำไย สัมผัสของแดดในบรรยากาศยามสายอันอบอุ่นของเดือนกุมภาฯ เขามักพกความรู้สึกเช่นนั้นไปไหนมาไหนด้วยเสมอเหมือนเครื่องรางประจำกาย และโดยไม่รู้ตัว เขาเติบโตขึ้นและต้องจากบ้านเกิดไปต่างจังหวัดเพื่อเรียนงานช่างตามคำแนะนำของครูและเพื่อนบางคน เขาเริ่มไว้ผมยาวขึ้นและแสกกลาง ไว้หนวดครึ้ม แต่งกายตามอัตภาพ อาศัยในบ้านเช่าเดือนละ 480 บาท สุมหัวกับเพื่อนร่วมชะตากรรมสามถึงสี่คนทุกค่ำคืน เมามายในมนต์เสน่ห์ล้ำลึกของสุรากลิ่นข้าว และปล่อยวิญญาณให้ล่องลอยไปกับเพลงรักบาดลึกจากวิทยุธานินทร์
เขาได้เสื้อช็อปประจำตัวที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง
ที่ซึ่งเขาได้เรียนรู้ศิลปะของการซ่อมเครื่องกล และวาทศิลป์ในการปฏิเสธลูกค้าที่มาขอซื้อจาระบีในปริมาณมากหรือบ่อยครั้งจนน่าสงสัย
งานรูทีนและการสังสรรค์ยามค่ำดำเนินไปอย่างไร้หมุดหมาย และก่อนที่เขาจะรู้ตัว
เพื่อนบางคนก็เริ่มแต่งงาน บ้างมีลูกวัยกำลังน่ารักซึ่งเรียกเขาว่าลุง
บ้างลงหลักปักฐานในจังหวัดไกลโพ้นที่เขาไม่เคยไป ชีวิตก็เท่านี้ พวกเขาบอก
วันแล้ววันเล่า โดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มลืมใบหน้าของผู้หญิงที่เขาเคยบรรจงเขียนชื่อไว้ในซอกมุมต่าง
ๆ ของโลกไปอย่างช้า ๆ และแทบลืมไปแล้วว่าคำไม่กี่พยางค์นั้นซ่อนปริศนาไว้มากมายเพียงใด
แต่วันหนึ่ง เหมือนบทเพลง เหมือนคำมั่นสัญญาที่กลายเป็นจริง เขาพบผู้หญิงคนนั้นเข้าขณะกำลังดูดบุหรี่อยู่หน้าร้านชำ เธอจอดรถแม่บ้านคันโตและเลือกขนมกับเครื่องดื่ม ละล่ำละลัก เขาบี้บุหรี่กับเสาไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว โดยฉับพลัน ความรู้สึกนั้นที่เขาเคยลืมไปได้ถั่งเทเข้ามาในอกจนล้มปริ่ม สนามหญ้าหน้าโรงเรียนในแสงอุ่น การเดินผ่านห้องเรียนบางห้องด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ บรรยากาศของการร่ำลา สีส้มเข้มของท้องฟ้าและแพรเมฆขาวนวล เขาเห็นภาพตัวเองเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นด้วยคำทักทายง่าย ๆ และบทสนทนาสั้น ๆ ก่อนที่ภาพนั้นจะอันตรธานไปเมื่อเด็กคนหนึ่งดึงชายเสื้อของผู้หญิงคนนั้น เป็นเด็กผู้หญิงวัยอนุบาล แก้มแดง ผมสั้น ใส่เสื้อแขนยาวสีแดงลายแตงโม กางเกงขนฟูขายาวลายเสือดาว และรองเท้าที่มีเสียง ปิ๊บ ๆ ตอนเดิน
เขาทราบในภายหลังว่าเธอแต่งงานกับผู้ชายที่จบจากโรงเรียนเดียวกัน ทำร้านอาหารตามสั่งติดกับนิคมฯ เล็ก ๆ มีลูกสองคน คนสุดท้องยังต้องเลี้ยงในเปล เมื่อมองเข้าไปในบ้านจากหน้าร้านอาหาร เห็นได้ชัดว่าข้าวของพะรุงพะรัง ของเล่นหลากสีสันวางระเกะระกะ มีผ้าอ้อมพาดอยู่ทั่วไปอย่างไร้ระเบียบ เขามักหาข้ออ้างกับตัวเองเพื่อที่จะแวะไปกินผัดกระเพราที่นั่น ไปคนเดียวบ้าง กับเพื่อนบ้าง เขาเคยแนะนำตัวในฐานะคนที่จบจากโรงเรียนเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าคุ้นหน้าเขาอย่างมาก และใช้เวลาไม่นานก็จำชื่อเขาได้ เธอบอกว่าโลกช่างกลมเหลือเกิน พูดติดตลกว่าโรงเรียนบ้านเขาน้อยต่างผลิตเด็กที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ดังเห็นได้จากตัวเธอและตัวเขา เขาเห็นด้วยกับข้อเท็จจริงนั้น ขณะเธอกวาดกะเพราหมูสับลงจานข้าว เขาไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เพียงชมว่าแม่ครัวฝีมือไม่มีตกเลย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานโดยที่เขาไม่รู้ตัว การเดินทางไปต่างจังหวัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทัศนียภาพซ้ำซากริมข้างทาง จินตนาการแล้ว ๆ เล่า ๆ ถึงเงาของคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต เขาเดินทอดน่องผ่านกาลเวลา จนพบว่าตนกำลังนั่งเล่นปิงโกในตลาดนัดแห่งหนึ่ง สรรพสำเนียงรายรอบ แต่ที่ดังแจ่มชัดคือเสียงกระตือรือร้นของโฆษกประกาศเบอร์ “รบกวนทีมงานเข้าไปตรวจเบอร์ผู้ชนะด้วยค่า” ตามด้วยเสียงโฆษณาจากลำโพงยักษ์ “ลุ้นโชคใหญ่ เพียงแผงละ 3 บาท 2 แผง 5 บาท!” “ปิงโกเจ๊เกียงจัดให้! ไม่โกง โปร่งใสกว่ารัฐมนตรี!” ในท่ามกลางดนตรีครึกครื้นและสรรพเสียงที่มีสีสันนั้นเอง เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งชิงโชคอยู่ข้าง ๆ รอยยิ้มกล้า ๆ กลัว ๆ นำไปสู่บทสนทนาตามมารยาท ไม่นานนัก ชีวิตที่มีรูปแบบตายตัวอีกรูปแบบหนึ่งก็ดำเนินไปวันแล้ววันเล่า เขาปัดเสื้อช็อปเปื้อนน้ำมัน และนึกถึงการหมั้นและสมรส
สายรุ้งเหนือผืนนาปรากฏในฝันอันเลือนราง
ฝนโปรยลงมาเป็นกลีบสีแดงของลั่นทม เกลื่อนกลาดเต็มคันนา เขียดและกบร้องเพลงดังระงมแม้เป็นตอนกลางวัน
โลกหลังฝนแจ่มจ้า ท้องฟ้าเป็นผลึกโดมกว้างขวางไร้ที่สิ้นสุด
ตีนกับมือเปลือยเปล่าของเขาตะกุยกองฟางที่สุมกันแทบจะเป็นภูเขา พยายามจะปีนขึ้นไป—
ในดวงความคิด เขาเห็นป้ายไวนิลสี่เหลี่ยมผืนผ้าพิมพ์อักษรตัวใหญ่ว่าคมสัมต์
(หัวใจปักลูกศร) สมพร เขาเห็นงานวิวาห์อันชื่นมื่น คำบอกรักที่เขียนพาดท้องฟ้า
ลายเซ็นในสัญญาอันเป็นนิจนิรันดร์ เขาเห็นบ้านหลังเล็ก ๆ
ตีนดอยที่เขาสร้างขึ้นกับมือที่เชียงราย เมียที่น่ารัก ลูกสองคนที่เรียกเขาว่าพ่อ
หมาวัยเด็กที่ร่าเริงเกินพิกัด
รถกระบะมัซด้ามือสองที่จะพาเขาไปทุกที่ทั้งทางลาดยางและดินแดง อนาคตที่เขาแก่ขึ้น
สอนลูกตกปลาในบ่อ สอดเคล็ดงานช่าง รวมทั้งวิธีปลูกผักสวนครัวง่าย ๆ เห็นตัวเองในวัยชราทายปัญหาเชาว์กับหลานว่า
สี่ตีน แปดขา มีงวงมีงา ขันเอ้กอีเอ้กเอ้ก คืออะไร— ในความเป็นจริง เขานอนบนเตียงนุ่มในห้องเช่าขนาด
24 ตรม. มองพัดลมเพดานหมุนติ้ว ๆ อย่างไร้กำลัง ลมข้างนอกห้องเคาะหน้าต่างไม่หยุดหย่อนเป็นสัญญาณของพายุฝน
พ่อค้าแม่ค้าริมถนนเริ่มเก็บข้าวของ บ้างที่ใจสู้ก็กางเตนท์กันท่า เตียงค่อย ๆ
ดูดร่างเขาลงช้า ๆ จมลงไปสุดหยั่ง เขาเห็นตีนนับพันจากหลายศตวรรษเดินผ่านหน้าไป—
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น